ข่าวหน้า1, โควิด19, โควิด-19, ข่าวหน้า1, ไวรัสโคโรน่า, ไวรัสโคโรนา, Covıd-19, ยอดผู้ป่วยโควิด-19, ข่าววันนี้

ข่าวหน้า1, โควิด19

“ในหลวง” ทรงให้กำลังใจ ต้องเสียสละความสุขส่วนตัว (คลิป)

#ข่าวหน้า1 ในหลวง-พระราชินี พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์แก่ โรงพยาบาลต่างๆ นำไปใช้สู้วิกฤติโรค #โควิด19 ในไทย

7/4/2563 3:37:00

ข่าวหน้า1 ในหลวง-พระราชินี พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์แก่ โรงพยาบาลต่างๆ นำไปใช้สู้วิกฤติโรค โควิด19 ในไทย

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์แก่ โรงพยาบาลต่างๆ นำไปใช้สู้วิกฤติโรค โควิด-19 ในไทย ขณะที่พสกนิกรใน กทม.สุดปลื้มปีติ ได้รับถุงยังชีพพระราชทานบรรเทาความเดือดร้อน

SHAREพระราชทานอุปกรณ์แพทย์ ยอดติดเชื้อโควิดรายวันลด ถกรับมือ ‘1.2 หมื่น’ กลับไทยในหลวง-พระราชินี พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์แก่ โรงพยาบาลต่างๆ นำไปใช้สู้วิกฤติโรคในไทย ขณะที่พสกนิกรใน กทม.สุดปลื้มปีติ ได้รับถุงยังชีพพระราชทานบรรเทาความเดือดร้อน ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดฮวบเหลือ 51 ราย แต่หมอยังไม่ฟันธงจะลดลงต่อเนื่องจริง เป็นห่วงแนวโน้มติดเชื้อในผู้สูงอายุมากขึ้น วอนลูกหลานงดกอดหอมผู้อาวุโสในบ้าน ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ 2 รพ.ในภูเก็ต สุดผวา ฝรั่งฮังการีประสบอุบัติเหตุ แต่ปกปิดข้อมูล พบติดเชื้อโควิด-19 ด้วย ส่งผลโดนกักตัวรวด 112 คน ขณะที่ปราจีนบุรี ประกาศตามกลุ่มเสี่ยงหลังพบสาวเสิร์ฟชาวกบินทร์บุรีติดโควิด-19 แต่ไปซะทั่วเมือง

'ปารีณา' เหน็บ 'ยิ่งลักษณ์' ปากไม่ตรงกับใจ รักลูกน้องแบบ 2 มาตรฐาน ผลตรวจ ขนมจีบมรณะ พบเชื้อแบคทีเรีย กินแล้วท้องร่วงตาย แม่ค้ายังเงียบ หมอ ชี้ เลื่อนเปิดเทอมจากโควิด-19 ยิ่งส่งผลร้ายสกัดเด็กยากจน ขาดสารอาหาร

นับตั้งแต่ไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง (โควิด-19) มาตั้งแต่มกราคม 2563 แต่ส่วนใหญ่พบในชาวต่างชาติและคนไทยที่ทำงานใกล้ชิด แต่ต่อมามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในเดือนมีนาคม จากการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนแออัดอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นกรณีสนามมวยลุมพินี แต่ล่าสุดพบคนนำเชื้อโควิด-19 ขยายวงมาติดต่อกับคนในครอบครัวมากขึ้น ท่ามกลางความเป็นห่วงของบุคลากรทางการแพทย์ว่าไทยอาจประสบปัญหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วยหากยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.24 น. วันที่ 6 เม.ย.พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เฝ้าฯกราบทูลรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และมาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบายและรับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อพระราชทานแก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลเหล่าทัพ และโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ อันจะช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศไทย

ทรงห่วงใยสุขภาพพสกนิกรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพพลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาโรคโควิด-19 ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างใกล้ชิด ทรงทราบว่าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น โรงพยาบาลในประเทศไทยจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ จึงได้ทรงจัดหาพระราชทานให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อให้พร้อมรับมือกับโรคโควิด-19 อันจะเป็นประโยชน์แก่การให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนต่อไป โดยในเบื้องต้นนี้ ได้พระราชทานเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 132 เครื่อง และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว จำนวน 50 เครื่อง ซึ่งบางส่วนได้ดำเนินการติดตั้งในโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังพระราชทานหน้ากากอนามัย จำนวน 2 ล้านชิ้น หมวก Face Shield จำนวน 30,000 ใบ และชุดป้องกันการติดเชื้อโรค (PPE) จำนวน 4,000 ชุด แก่บุคลากรทางการแพทย์ และโรงพยาบาลต่างๆด้วย

ทั้งนี้ ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญที่จะต้องดูแลประชาชนให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน อันเป็นหน้าที่ที่ประชาชนชาวไทยทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะแพทย์จากโรงพยาบาลกรุงเทพ เฝ้าทูลละอองธุลี พระบาท ถวายตรวจพระสุขภาพ โดยมีคณะผู้เข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทร่วมอยู่ในการตรวจด้วย ผลการตรวจปกติ พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง

ทรงแนะแก้ถูกจุดจะลดปัญหาในการนี้ พระราชทานพระบรมราโชบายเพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ความว่า “มีอะไรที่จะมีส่วนช่วยเหลือ ที่จะแก้ปัญหาก็ยินดี เพราะว่าก็เป็นปัญหาของชาติ ซึ่งเรื่องโรคระบาดนี่ก็ไม่ใช่ความผิดของใคร แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเรามีหน้าที่ที่จะดูแลแก้ไขให้ดีที่สุด อย่างที่เคยพูดไว้ว่า ถ้าเกิดมีความเข้าใจในปัญหา มีความเข้าใจ ไม่ใช่หมายความว่ายอมรับตามบุญตามกรรม แต่มีความเข้าใจในสถานการณ์ มีความเข้าใจในปัญหาและก็มีความรู้เกี่ยวกับโรค ก็คือเข้าใจในปัญหานั่นเอง อันแรกก็เป็นอย่างนี้ อันที่ 2 ก็คือจากข้อที่ 1 ก็คือการมีการบริหารจัดการ มีแผนเผชิญเหตุ มีระบบในการปฏิบัติ แก้ไขให้ถูกจุด รู้ปัญหา แก้ไขให้ถูกจุดโดยมีการบริหารจัดการ แล้วก็ในเวลาเดียวกันก็ต้องให้ประชาชนได้เข้าใจถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง และเหตุผลที่จะต้องปฏิบัติ เพราะว่าการมีระบบหรือแผนในการปฏิบัติตามแผนที่ได้วางไว้ตามความเป็นจริง ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แก้ถูกจุด ก็จะลดปัญหาลงไป จะแก้ได้ในที่สุด ก็เชื่อแน่ว่าจะต้องแก้ไขและก็เอาชนะอันนี้ได้ เพราะว่าประเทศของเรานี่ก็นับว่าทำได้ดี ประเทศของเรานี่น่าภูมิใจว่าทำได้ดี และก็ทุกคนก็ร่วมใจกัน ก็ดีกว่าที่อื่นอีกหลายที่ แต่บางทีก็ต้องเน้นเรื่องการทำงานมีระบบด้วยความเข้าใจ และการมีระเบียบวินัยในการแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายว่าเราจะต้องต่อสู้ให้โรคนี้สงบลงไปได้ในที่สุด เพราะว่าโรคมาได้ โรคก็ไปได้ โรคจะไม่ไปถ้าเราไม่แก้ไขปัญหา เราไม่แก้ไขให้ถูกจุด หรือเราไม่มีความขันติอดทนที่จะแก้ไข บางทีก็ต้องสละในความสุขส่วนตัวบ้าง หรือเสียสละในการกล้าที่จะสร้างนิสัยหรือสร้างวินัยในตัวเอง ที่จะแก้ไขเพื่อตัวเอง เพื่อส่วนรวม อันนี้เราก็ขอเป็นกำลังใจให้”

ปลื้มปีติได้ถุงยังชีพพระราชทานนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จิตอาสาพระราชทานเป็นผู้เชิญถุงพระราชทานไปมอบให้แก่ชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 642 ชุมชน กว่า 170,000 ครัวเรือน โดยเริ่มเชิญถุงพระราชทานไปมอบตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันแรกและภายในเดือนนี้จะทยอยเชิญถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้กับราษฎรผู้เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 จนครบหมดทุกหลังคาเรือน ยังความปลื้มปีติเป็นอย่างมากแก่ประชาชนที่ได้รับมอบถุงยังชีพพระราชทานผ่านทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตและเหล่าจิตอาสาฯ ที่นำถุงยังชีพพระราชทานมามอบให้ถึงบ้าน

แฉปมเหตุพ่อฆ่าลูก แอบมีสัมพันธ์ลูกสะใภ้ หลังเกิดอารมณ์ เห็นตอนให้นมหลาน - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS โชเฟอร์เศร้า ผู้โดยสารสูงอายุ ล้มขณะลงรถเมล์ คนขับมองไม่เห็น ทับร่างดับ - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS ค้นบ้าน แม่ปุ๊ก เจอสารเคมี คาดผสมให้เด็กกิน ด้าน แม่เอม แม่แท้ๆน้องอมยิ้ม เครียดย้ายบ้านหนี - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS

พระเทพฯ ทรงตั้งกองทุนฯสู้ภัยโควิด 19วันเดียวกัน มูลนิธิชัยพัฒนาได้โพสต์ข้อความ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้ง “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มูลนิธิชัยพัฒนาจึงขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ โดยบริจาคเงินสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา บัญชี “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสวนจิตรลดา บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 067-300487-3 โทร. 0-2447-8585 ถึง 8 ต่อ 109/121/259 ในวันและเวลาทำการจันทร์-ศุกร์ โดยเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ โดยนำหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ชัดเจนส่งมาที่ Email -givedonate@gmail. com Fax 0-2447-8574 หรือไปรษณีย์ มายังสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา 2012 ซอยอรุณอมรินทร์ 36 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700

ป่วยใหม่ 51 รายส่วนใหญ่ใน กทม.เมื่อเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงสถานการณ์ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 51 ราย แยกเป็น กทม. 27 ราย นนทบุรีและภูเก็ต แห่งละ 4 ราย ชลบุรี 3 ราย สมุทรปราการ ยะลา สุราษฎร์ธานี และพัทลุง 2 ราย ปัตตานี ปทุมธานี อุบลราชธานี นราธิวาส และสระแก้ว 1 ราย แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1.สัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า 25 ราย ได้แก่ กลุ่มกลับจากพิธีศาสนา 3 ราย และกลุ่มใกล้ชิดผู้ป่วยรายก่อนหน้า 22 ราย 2.ผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย ได้แก่ คนไทยกลับจากต่างประเทศ 1 ราย คนต่างชาติเข้ามา 1 ราย คนสัมผัสผู้มาจากต่างประเทศ 1 ราย กลุ่มอาชีพเสี่ยง ทำงานที่แออัด หรือทำงานใกล้ชิดต่างชาติ 3 ราย บุคลากรทางการแพทย์ 13 ราย และ 3.อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 7 ราย

ตายเพิ่ม 3 หายป่วย 793 รายสำหรับยอดผู้ป่วยสะสม 2,220 ราย หายป่วย 793 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย เสียชีวิตสะสม 26 ราย กระจายใน 66 จังหวัด พบว่า กทม.สูงสุด 1,051 ราย นนทบุรี 143 ราย ภูเก็ต 135 ราย สมุทรปราการ 103 ราย และชลบุรี 66 ราย เป็นต้น ส่วนจังหวัดไม่มีรายงานผู้ป่วยมี 11 ราย คือ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พังงา พิจิตร ระนอง สตูล สิงห์บุรี และอ่างทอง ทั้งนี้แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลง แต่ยังไม่ต้องมั่นใจ ตัวเลขมีขึ้นมีลง 2-3 วันนี้ยังไม่เห็นภาพชัดนัก ยังน่าเป็นห่วงอยู่ อย่าไปดีใจ เพราะกองระบาดวิทยามีระบบการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อ มีการรอสอบสวนโรค มีข้อมูลที่รอผลยังไม่ได้รายงานเข้ามา โดยในส่วนของผู้เสียชีวิตรายที่ 24 เป็นชายไทย อายุ 28 ปี เป็นพนักงานบริษัทใน กทม.มีประวัติเพื่อนร่วมงานภรรยาติดโควิด-19 มีอาการป่วยเมื่อวันที่ 27 มี.ค. มีไข้ ไอ เจ็บคอ รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง อาการไม่ดีขึ้นจึงย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง ก่อนนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนใน กทม. ผลออกมาวันที่ 4 เม.ย.ว่าเป็นโควิด-19 และเสียชีวิตในเวลา 22.00 น.วันเดียวกัน

ระทึกกลางดึก ไฟไหม้ตึกขณะก่อสร้าง คณะแพทย์ศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS จับหนุ่มใส่ชุดกู้ภัย ตระเวนลักรองเท้าแตะนับร้อยคู่ สารภาพลักมานอนกอด-ดม สำเร็จความใคร่ - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS สรุปคดีสุดสะเทือนใจ พ่อฆ่าลูกชายแท้ๆ เพราะหึงหวงหลังเป็นชู้กับลูกสะใภ้ (คลิป)

ติดเชื้อจากคนในบ้านมากขึ้นนพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 25 เป็นชายไทย อายุ 51 ปี ทำธุรกิจส่วนตัว มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะอ้วน มีอาการป่วยวันที่ 28 มี.ค. เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนใน กทม. แรกรับมีอาการไอ ปวดกล้ามเนื้อ หนาวสั่น และกลับมาอีกครั้งในวันที่ 29 มี.ค.ก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเดิมอีกครั้งวันที่ 1 เม.ย. โดยครั้งนี้ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เอกซเรย์ปอดพบว่า มีอาการปอดอักเสบรุนแรง ผลออกมาวันที่ 2 เม.ย. ว่าเป็นโควิด-19 และเสียชีวิตวันที่ 4 เม.ย.รายที่ 26 เป็นหญิงอายุ 59 ปี อาชีพค้าขาย มีโรคประจำตัวเบาหวาน ก่อนหน้านี้ไปเล่นการพนันในหลายแห่งของ กทม.ไปเจอผู้คนจำนวนมาก เริ่มป่วย 29 มี.ค.เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลเอกชนวันที่ 1 เม.ย.อาการแรกรับไม่มีไข้ แต่หายใจหอบเหนื่อย ออกซิเจนในเลือดลดลง ปอดอักเสบรุนแรง แพทย์พบว่าติดเชื้อโควิด-19 และเสียชีวิตวันที่ 2 เม.ย.ทั้งนี้ 3 รายที่เสียชีวิตล้วนอายุต่ำกว่า 60 ปี ทุกอย่างเป็นความเสี่ยง คนอายุ 20-29 ปี มีโอกาสแพร่เชื้อได้มากที่สุดจึงต้องเฝ้าระวัง โดยเมื่อวิเคราะห์ผู้ป่วยในไทย ทั้ง กทม.และต่างจังหวัด พบว่า กว่าครึ่งหนึ่งเป็นการติดเชื้อจากคนร่วมบ้าน ดังนั้นนอกจากการเว้นระยะห่างทางสังคมแล้ว ยังต้องเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลภายในบ้านด้วย อย่าใกล้ชิด สัมผัส กอด หอมกัน ขอให้เว้นไปก่อน อาจแสดงความรักกันด้วยวิธีอื่นแทน

รับ 200 คนไทยกลับคืนถิ่นต่อวันนพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีคนไทยที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศ แต่ติดค้างอยู่ที่สนามบินต่างประเทศ มี 48 ราย แบ่งเป็นญี่ปุ่น 12 ราย เกาหลีใต้ 35 ราย เนเธอร์แลนด์ 1 ราย คนกลุ่มนี้ได้รับการดูแลจากสถานทูตเป็นอย่างดี โดยผู้ที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทยขอให้ไปติดต่อสถานทูตไทยในแต่ละเมือง เพื่อเราจะได้เตรียมรองรับคนที่เดินทางกลับมาตามที่เราสามารถรองรับได้ 200 คนต่อวัน

ห้ามสัมผัสกอดหอมผู้สูงอายุจากนั้นที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย แถลงว่า อัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ดังนั้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่งดทำกิจกรรมและวันผู้สูงอายุ ขอให้ลูกหลานและผู้สูงอายุที่อยู่บ้านเดียวกันมีการเว้นระยะทางสังคม หลีกเลี่ยงการสัมผัส ไม่แนะนำให้มีการรดน้ำ ลดการกอดหอม เพื่อลดความเสี่ยง ให้สื่อสารกันผ่านโทรศัพท์และใช้ไลน์แทน ถ้าลูกหลานกับครอบครัวอยู่กันคนละพื้นที่ ขอให้งดเดินทางไปหาเพื่อจะไม่นำเชื้อไปสู่ผู้สูงอายุ

ไทยต้นแบบใช้หน้ากากอนามัยด้าน นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการใช้หน้ากากอนามัยให้เหมาะสมกับบุคคล รวมถึงการปฏิบัติตนในการกำจัดหน้ากากอนามัยทั้งในประชาชนและพนักงานเก็บขยะ เนื่องจากประชาชนมีความเป็นห่วงเรื่องขยะปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมว่า โควิด-19 ยังอยู่กับคนในประเทศไทยไปอีกนาน ดังนั้น การป้องกันคือการสวมหน้ากากอนามัย จะต้องมีความเหมาะสม โดยขณะนี้ ประเทศไทยได้กลายเป็นต้นแบบในการใช้หน้ากากอนามัยชนิดผ้าไปแล้ว มีการใช้หน้ากากอนามัยถึง 94 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กลับคำให้มีการใช้หน้ากากอนามัยแล้ว ซึ่งการดูแลหน้ากากอนามัย ไม่ยาก คือ ซักด้วยสบู่หรือผงซักฟอกให้สะอาด แล้วนำไปตากแดดให้แห้งสนิท ส่วนการถอดหน้ากากควรจับที่สายคล้องหู ไม่ควรจับด้านหน้าของหน้ากาก

3 บุคลากรแพทย์ตายไม่ได้ติดเชื้อนพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงบุคลากรทางการแพทย์ 3 รายที่เสียชีวิต ได้แก่ 1.พยาบาล รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เสียชีวิตเนื่องจากวูบหมดสติขณะปฏิบัติงาน 2.เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ เพศชาย รพ.ลำพูน เสียชีวิตเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ขณะเปลี่ยนชุดป้องกัน PPE ภายหลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 และ 3.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพศหญิง จ.พิษณุโลก ทำหน้าที่คัดกรองโรค มีภาวะความดันโลหิตสูงและเส้นเลือดในสมองแตก ว่า ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 แต่เสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ อาจจะเกิดจากการรับภาระงานที่หนักในช่วงที่มีสถานการณ์โรคระบาด ดังนั้น สธ.จึงต้องมีการจัดสัดส่วนบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยการลดภาระงานอื่นที่ไม่จำเป็น การเลื่อนนัดผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน การส่งยาทางระบบขนส่งแทนการให้ผู้ป่วยมารับที่ รพ.

ใช้วิธีหมุนเวียนคนทำงานนพ.ธนรักษ์กล่าวว่า สธ.มีมาตรการสลับเปลี่ยน หมุนเวียนบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยอยู่แล้ว เช่น ในบางจังหวัดที่พบผู้ป่วยไม่กี่ราย สามารถโยกย้ายไปช่วยงานในจังหวัดใกล้เคียงได้ เนื่องจากมีไม่กี่จังหวัดที่พบผู้ป่วยจำนวนเยอะ ยังสามารถหมุนเวียนนำบุคลากรทางการแพทย์มาช่วยงานกันได้ เช่น ภูเก็ต มีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่จำนวนผู้ป่วยมาก ก็จะนำบุคลาการในจังหวัดใกล้เคียงมาช่วยเสริม

เชื้อไม่ลงปอดอาการไม่รุนแรงรองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวด้วยว่า กรณีที่ช่วงระยะนี้พบอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย หลังจากที่ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 มีระยะการรักษาที่สั้นลง ทั้งในกลุ่มวัยทำงานและกลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุ เนื่องจากโดยทั่วไปของการติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมีอาการค่อยเป็นค่อยไป คือ 5 วันแรกจะพบอาการของระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ และจะพบอาการปอดอักเสบเมื่อได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายไปแล้วประมาณ 5-10 วัน และเมื่อมีอาการปอดอักเสบรุนแรงขึ้น จึงทำให้ผู้ป่วยอาการหนักขึ้น ดังนั้นหากผู้ป่วยมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเวลาที่รวดเร็ว มักจะไม่มีปัญหา เนื่องจากสามารถรักษาด้วยยาได้ในช่วงที่อาการยังไม่วิกฤติ ยาก็ช่วยให้ผู้ป่วยชะลอการเข้าสู่ภาวะวิกฤติได้

ทบ.ทำ “คู่มือทหารต้านภัยโควิด–19”วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก (ศบภ.ทบ.) ที่มี พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก เป็น ผอ.ศบภ.ทบ. ได้จัดทำ “คู่มือทหารต้านภัยโควิด-19” ให้กับผู้บังคับหน่วย นำไปปฏิบัติและแจกกำลังพล รวมถึงครอบครัวทุกค่ายทหาร ถือว่าเป็นคู่มือทหารต้านภัยโควิด-19 ฉบับแรก เพื่อให้กำลังพลที่กำลังปฏิบัติงานในสถานที่ หรือพื้นที่ปฏิบัติการต่างๆ รวมไปถึงครอบครัวในชุมชนค่ายทหาร มีความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 รวมทั้งสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีความพร้อมปฏิบัติภารกิจภายนอกหน่วยได้อย่างมั่นใจ โดยขอให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติตามคู่มือเล่มนี้อย่างเคร่งครัด ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ได้ปรารภในหนังสือคู่มือดังกล่าว กำชับกำลังพลทุกนายต้องมีความรู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

สำหรับเนื้อหาภายในเล่มนั้น มีรายละเอียด แบ่งเป็น 6 บท ประกอบด้วย บทที่ 1 ตระหนักรู้ บทที่ 2 การป้องกันตนเอง บทที่ 3 วินัยทหารต้านโรคโควิด-19 บทที่ 4 การ เตรียมตัวออกปฏิบัติการ บทที่ 5 อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล และการทำความสะอาด และบทที่ 6 มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของกองทัพบก

คัดกรองเข้มคนไทยจากอินโดฯสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 6 เม.ย. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องมารอรับกลุ่มคนไทยเดินทางกลับจากประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยเครื่องบินสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ทันทีเครื่องลงจอดที่หลุมจอดที่ 8 เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันเชื้อเข้าไปทำการตรวจคัดกรองถึงบนเครื่อง ก่อนจัดให้ขึ้นรถคันละ 20 คน มาที่จุดอาคารอเนกประสงค์เพื่อคัดกรองเข้มอีกชั้น กลุ่มคนไทยที่มาครั้งนี้เป็นผู้โดยสาร 76 คน แยกเป็นชาว จ.สงขลา 20 คน สตูล 26 คน ปัตตานี 14 คน ยะลา 7 คน นราธิวาส 7 คน กทม. 1 คน เชียงราย 1 คน และลูกเรือ 35 คน รวมเป็น 111 คน ผลการตรวจคัดกรองไม่มีใครเป็นไข้ หรือมีอุณหภูมิสูงเกินมาตรฐาน หรือเข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19

จัดแยกคัดกรองตามจังหวัดจากนั้นเจ้าหน้าที่ของแต่ละจังหวัดนำผู้ผ่านคัดกรองกลับไปกักตัวในพื้นที่จัดเตรียมไว้ในแต่ละจังหวัด โดย จ.ยะลา ไปคัดกรองที่อาคารนิบง ศูนย์เยาวชนยะลา แล้วให้อำเภอรับตัวไปกักตัวตามแผนที่วางไว้ จ.ปัตตานี คัดกรองที่สนามกีฬา อบจ. แล้วให้อำเภอรับตัวไปกักตัว จ.นราธิวาส คัดกรองและกักตัวที่โรงเรียนแสงธรรม อ.บาเจาะ จ.สตูล คัดกรองและกักตัวที่วิทยาลัยราชภัฏสงขลาวิทยาเขตสตูล ชาวเชียงรายและชาวกรุงเทพฯที่เดินทางมาด้วยจังหวัดละ 1 คนนั้น นำไปกักตัวรวมกับชาวสงขลาที่สนามกีฬาเมืองหลักภาคใต้ การกีฬาแห่งประเทศไทยภาค 4 (พรุค้างคาว) ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตามแผนที่กำหนดไว้

ภูเก็ตป่วยใหม่เพิ่มอีก 4ส่วนที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.ภูเก็ต แถลงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 4 ราย ยอดสะสม 123 ราย รายแรกเป็นผู้หญิงไทย เที่ยวผับซอยบางลาบ่อยๆ รายที่สองเป็นผู้ชายไทย อายุ 28 ปี พนักงานสนามบินนานาชาติภูเก็ต รายที่สามเป็นชายไทย อายุ 57 ปี เจ้าของร้านอาหารหน้าหาดป่าตอง เป็นสามีของผู้ติดเชื้อรายที่ 92 ผู้ป่วยรายที่ 123 เป็นหญิงไทยอายุ 17 ปี อาชีพนักเรียน อาศัยอยู่บ้านเดียวกับผู้ติดเชื้อรายที่ 103 มีศักดิ์เป็นน้าสาว อยู่ระหว่างตามตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดให้เฝ้าระวังอาการ

หนุ่มฮังการีติดเชื้อปิดบังข้อมูลนพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่มาตรวจพบป่วยติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบกับบุคลากรทางการแพทย์ โดยผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นชายชาวฮังการี อายุ 25 ปี ประสบอุบัติเหตุทางถนนถูกส่งมารักษาตัวที่ รพ.ฉลอง ก่อนส่งต่อ รพ.วชิระภูเก็ต ขณะนั้นผู้ป่วยมีอาการชา แขนขาอ่อนแรง ยังรู้สึกตัวพูดคุยได้ แต่ผู้ป่วยไม่ได้แจ้งข้อมูลความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคโควิด-19 จากการเอกซเรย์พบกระดูกบริเวณต้นคอท่อนที่ 6 หัก เส้นประสาทไขสันหลังที่ต้นคอฉีกขาด ได้รับการผ่าตัดในทันที หลังผ่าตัดผู้ป่วยรู้สึกตัวพูดคุยดี

ต้องกักบุคลากร รพ.112 คนผอ.รพ.วชิระภูเก็ตกล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 29 มี.ค. เพื่อนผู้ป่วยจากพื้นที่ซอยบางลามาเยี่ยม เป็นพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่ซักประวัติอย่างละเอียดถึงรู้ว่าไปเที่ยวในพื้นที่ซอยบางลา หาดป่าตอง อยู่ 2 สัปดาห์ และได้เดินทางมาจากมาเลเซีย มีความเสี่ยงติดเชื้อ ทำการตรวจสอบพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จากนั้นผู้ป่วยเริ่มมีไข้สูง และมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เสียชีวิตเมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 3 เม.ย. สรุปนักท่องเที่ยวรายนี้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ร่วมด้วยโรคปอดติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปดูแลช่วยเหลือผู้ตาย เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 112 คน ต้องกักตัวแล้ว 14 วัน อยู่ที่สถานกักตัวที่ทางจังหวัดกำหนดและกักตัวเองที่บ้าน ขณะนี้ยังไม่มีใครติดเชื้อ

แห่อาลัยพยาบาลสาว–อสม.ส่วนกรณีพยาบาลใน จ.เชียงราย และ อสม. ใน จ.พิษณุโลก เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยาบาลสาว รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เสียชีวิตระหว่างเข้าเวรที่โรงพยาบาล ชื่อ น.ส.มนิสรา ใจบุญ หรือนิด อายุ 39 ปี พยาบาลวิชาชีพประจำหอผู้ป่วยสมเด็จย่าศัลยกรรม ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว โรคตับ โรคปอด ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด เลขที่ 8 บ้านไม้ยามิตรภาพ หมู่ 16 ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย มีเพื่อนบ้านและญาติๆร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก ส่วน อสม. ชื่อนางทองใส เศรษฐสูงเนิน อายุ 61 ปี อสม.บ้านเนินมะเกลือ หมู่ 6 ต.ท่าหมื่นราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เป็นลมหมดสติขณะปฏิบัติหน้าที่ที่จุดคัดกรองของหมู่บ้านเมื่อบ่ายวันที่ 4 เม.ย. ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ญาตินำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเนินมะเกลือวนาราม มีกำหนดฌาปนกิจบ่ายวันที่ 7 เม.ย. โดยนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก เป็นประธานในพิธี

ไทม์ไลน์สาวเสิร์ฟผับติดเชื้อวันเดียวกัน ประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 4 ราย รายล่าสุดเป็นหญิงวัย 22 ปี ชาว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ทำงานเสิร์ฟผับแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พักอยู่ย่านรัชดาซอย 10 หลังกลับบ้านด้วยรถส่วนตัวมีอาการป่วยเข้ารักษาตัวที่ รพ.กบินทร์บุรี กระทั่งผลตรวจยืนยันติดเชื้อเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ถูกส่งต่อ รพ.อภัยภูเบศร์ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ผู้ติดเชื้อสังสรรค์กับเพื่อน 5 คนดื่มน้ำใช้หลอดร่วมกัน 4 คน หลังกลับถึงนำรถเข้าศูนย์ไทรพลัส สาขากบินทร์บุรี ไปซื้อของที่ห้างโลตัส สาขากบินทร์บุรี ไปตลาดไทยฟู้ด กระทั่งทราบว่าเพื่อนร่วมสังสรรค์ 3 คนติดเชื้อ ขอให้แพทย์ตรวจหาเชื้อดังกล่าว

โควิด–19 บุกวัฒนานครขณะที่ นพ.ราเชษฎ เชิงพนม ผอ.รพ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กล่าวว่า จังหวัดสระแก้วมีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายอายุ 49 ปี บ้านอยู่ อ.วัฒนานคร เป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า นับเป็นรายที่ 10 ของจังหวัด เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อรายที่ 9 เป็นหลานสาว ทำงานร้านอาหารในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กลับมาพักอยู่บ้านเดียวกัน ต่อมาหลานสาวป่วยเข้ารักษาตัวที่ รพ.วัฒนานคร พบว่าติดเชื้อ ส่วนผู้ป่วยรายนี้เริ่มเป็นไข้สูงเข้ารักษาตัวที่ รพ.วัฒนานคร เมื่อวันที่ 3 เม.ย. มีผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยรายนี้รวม 12 คน

ส่งอาหารช่วย นศ.ไทยในอินโดฯที่ประเทศอินโดนีเซีย นายทรงพล สุขจันทร์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคนไทยในอินโดนีเซีย ประมาณ 2,500 คน เป็นนักเรียนและนักศึกษา ประมาณ 2,000 คน ได้กลับประเทศไทยไปบางส่วนแล้ว เหลืออยู่ 1,717 คน กระจายอยู่ใน 37 เมืองตามเกาะต่างๆทางสถานเอกอัครราชทูตได้ส่งเงินไปให้นักศึกษา 1,458 คนใน 20 เมือง ส่งหน้ากากอนามัยไปให้ 1,600 อัน พร้อมเจลแอลกอฮอล์ให้ นอกจากนี้ ได้นำข้าวสารและอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่ได้รับบริจาคจากภาคเอกชน ไปแจกนักศึกษาในกรุงจาการ์ตาด้วย พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ หากนักศึกษาไทยมีปัญหาให้แจ้งสถานเอกอัครราชทูตทันที โดยขณะนี้มีนักศึกษาลงทะเบียนไว้ 670 คน เพื่อให้ทราบสถานะปัจจุบัน หากต้องอพยพเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน ได้ติดต่อสายการบินไว้ 4 บริษัท เพื่อรับนักศึกษาจากเมืองต่างๆ มารวมที่กรุงจาการ์ตาเพื่อกลับประเทศไทย และยังไม่พบคนไทยติดเชื้อไวรัส

คนไทยในนิวยอร์กทำอาหารส่ง รพ.ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครนิวยอร์กว่า มีคนไทยได้มีส่วนร่วมทำอาหารไปมอบให้โรงพยาบาลช่วงเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 คือ น.ส.จิราพร ธิโสภา หรือครูอุ๊ อดีตครูสอนภาษาไทย โรงเรียนภาษาไทยของศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก ที่ผันตัวเองมาเปิดร้านอาหารชื่อ “มากิน” ที่เมืองควีนส์ นิวยอร์ก ได้ 2 เดือน เกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาด จึงขายได้แต่อาหารตามสั่งและรับกลับบ้าน จึงเปลี่ยนมาทำอาหารไทยส่งไปช่วยเหลือแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในนิวยอร์ก 3 โรงพยาบาล น.ส.จิราพร เปิดเผยว่าแรกเริ่มตั้งใจทำไปแจก 7 วัน วันละ 150 กล่อง ทำข้าวผัด ข้าวแกงมัสมั่น และข้าวอื่นๆ แต่ลูกค้าชาวอเมริกันในละแวกร้านทราบข่าว ได้มาร่วมบริจาคและขอให้ทำส่งอีก ขณะนี้นางสุจิตรา ปาลีวงศ์ ประธานศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก ทราบข่าวได้สนับสนุนให้ทำไปเรื่อยๆ ถือเป็นคนไทยมีส่วนช่วยชาวอเมริกันในวิกฤติครั้งนี้

ขอญาติคนเดินทางกลับเข้าใจด้านบรรยากาศที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตลอดทั้งวันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตกอยู่ในสภาพเงียบเหงาวังเวง ขณะที่ พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองโฆษก สตม.กล่าวว่า ขณะนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ภายใต้การบริหารสถานการณ์ โดย พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองเสนาธิการทหาร ได้ปรับระบบการทำงานเพื่อรองรับประชาชนคนไทย ให้ได้รับการคัดกรองที่ชัดเจนและสะดวกยิ่งขึ้น โดยทุกคนที่เดินทาง จะต้องลงนามรับทราบว่าตนยินดีที่จะเข้าทำ State Quarantine ทันทีเมื่อถึงไทยทุกราย ซึ่งที่ผ่านมา ได้ปรับการบริหารจัดการ ตั้งแต่ลงเครื่อง ผ่านการวัดอุณหภูมิจากควบคุมโรคผ่านระบบคัดกรองเอกสารลงข้อมูลที่ Health Control ผ่าน ตม. และตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ จนท. รปภ.การท่าฯ จนท.ทหาร และ จนท.ขนส่ง จะรับตัวไปพักยังสถานที่ที่ทางราชการจัด ซึ่งจะมีการดูแลทางการแพทย์ และสวัสดิการต่างๆ จนครบกำหนด โดยการพักดูอาการดังกล่าว ไม่ใช่การคุมขัง สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสาร เล่นเน็ตต่างๆ ได้ตามปกติ จึงวิงวอนให้ประชาชน ทั้งที่เดินทางมาไทย และญาติพี่น้องผู้ปกครองได้โปรดเข้าใจบางทีอาจไม่ได้รับความสะดวกเหมือนการไปพักผ่อนตากอากาศทั่วไป แต่การที่รัฐบาลใช้มาตรการดังกล่าว ก็เพื่อความปลอด ภัยของตัวผู้เดินทาง และญาติพี่น้องครอบครัวที่บ้านของท่านทุกคน

เล็งดำเนินคดีคนเหยียด ตม.ส่วนกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ด่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ จากการเชิญตัวญาติที่เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้ารับการทำ State Quarantine เมื่อมาถึงไทย เป็นเวลา 14 วัน โดยใช้ถ้อยคำหยาบคาย และดูถูก จนท. ตม.นั้น รองโฆษก สตม.กล่าวว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม รับทราบแล้ว ได้ฝากถึงสังคมได้โปรดเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกรมควบคุมโรค การท่า หมอ ทหาร ตำรวจ ขนส่ง หรือ ตม.ที่กำลังทำหน้าที่ที่สนามบิน ทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อสกัดกั้นการติดเชื้อให้ดีที่สุด ทุกคนมีความเสี่ยงกลับบ้านต้องแยกกิน แยกอยู่กับคนในครอบครัวทุกวัน ถึงแม้จะถูกก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดูถูก ซึ่งอาจจะทำลายขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน แต่เชื่อว่า จนท.ทุกคนก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทต่อไป ส่วนการดำเนินคดี จะมีการพิจารณาโดยฝ่ายกฎหมายต่อไป ที่สำคัญขอแค่เพียงสังคมให้ความร่วมมือ และอดทนต่อความไม่สะดวกในบางเรื่อง โดยให้ทุกท่านมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อ จนท.ทุกคนก็หายเหนื่อยแล้ว

ถก 1.2 หมื่นคนไทยรอกลับต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองเสนาธิการทหาร ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการภาวะ ฉุกเฉินฯ ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 รอง ผอ.ทอท สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ฯลฯ ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศไทย ทั้งนี้ มีรายงานว่าในการประชุมดังกล่าว ที่ประชุมเห็นพ้องในหลักการ บุคคลที่เดินทางจากต่างประเทศเข้าประเทศไทยทุกคนจะต้องถูกนำไปกักตัว ณ พื้นที่กักตัวที่รัฐบาลกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล โดยไม่ให้มีข้อผิดพลาดจนเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นมาอีก ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะรับผิดชอบในการกำหนดสถานที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศแจ้งต่อที่ประชุมว่า มีผู้โดยสารคนไทยที่อยู่ต่างประเทศแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศ จำนวน 12,000 คน แต่ทางผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขต้องการให้กลับได้ครั้งละ 200 คน ที่ประชุมจึงยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ซึ่งจะเสนอให้ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ชี้ขาดอีกครั้ง

จีนยกระดับเสี่ยงกวางตุ้งด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน โดยที่ประเทศจีน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รายงานเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ว่าพบผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการป่วยเพิ่มอีก 78 คน รวมยอดผู้ป่วยลักษณะนี้ทั่วประเทศ 705 คน ตรวจพบผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการป่วยเพิ่มอีก 39 คน ในจำนวนนี้ 38 คน เดินทางมาจากต่างประเทศ ที่เหลืออีก 1 คน เป็นการติดเชื้อภายในประเทศในเมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นชาวจีนจากมณฑลหูเป่ย พื้นที่ต้นตอการแพร่ระบาดที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้คณะกรรมการมณฑลกวางตุ้ง ประกาศยกระดับความเสี่ยงจากต่ำเป็นปานกลางในพื้นที่ 4 เขตของเมืองกวางโจว เสิ่นเจิ้น และเจียหยาง

ผู้เชี่ยวชาญรุมแย้งทรัมป์ส่วนที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งสถานการณ์ยังหนักหน่วง ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 337,274 คน เสียชีวิตแล้ว 9,620 คน และยอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งทะลุ 10,000 คนในเร็วๆนี้ แต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกแถลงเพิ่มความเชื่อมั่นว่ายอดผู้ติดเชื้อรายวันเริ่มลดลง และเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์แล้ว ต่างจาก ดร.แอนโธนี เฟาซี ที่ปรึกษาสาธารณสุขประจำทำเนียบขาว กล่าวบนเวทีเดียวกับนายทรัมป์ว่า ภาพรวมสถานการณ์ระยะสั้นถือว่าเลวร้ายเช่นเดียวกับนายเจโรม อดัมส์ เจ้ากรมการแพทย์ทหารสหรัฐฯ ย้ำว่า สัปดาห์นี้จะเป็นช่วงเวลาอันโศกเศร้าที่สุดสำหรับชาวอเมริกัน และไม่ต่างกับเหตุการณ์โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ หรือเหตุเวิลด์เทรด 11 ก.ย.2001

อย่าดูสถานการณ์วันต่อวันขณะที่นายแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เตือนประชาชนอย่าชะล่าใจ จำเป็นต้องรักษาระยะห่างทางสังคมต่อไป แม้ยอดผู้เสียชีวิตรายวันจะลดลง เพราะสถานการณ์ระบาดของไวรัสครั้งนี้ ควรต้องดูภาพรวมในช่วง 3-4 วัน วันเดียวบอกอะไรไม่ได้และยอดผู้เสียชีวิตในรัฐนิวยอร์กก็เพิ่มเป็นกว่า 4,200 คน แล้ว นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เผยต้องการแพทย์ พยาบาล เพิ่มอีก 45,000 คน ส่วนสื่อท้องถิ่นรายงานว่า จาก 50 รัฐของสหรัฐฯ เหลืออยู่ 8 รัฐ ที่ยังไม่ประกาศห้ามประชาชนออกจากบ้าน และผู้ว่าการรัฐดังกล่าวนั้น ทั้งหมดมาจากพรรครัฐบาลรีพับลิกัน

พบเสือป่วยโควิดครั้งแรกด้านสวนสัตว์บรองซ์ ในนครนิวยอร์ก ออกแถลงว่า ตรวจพบเสือมาลายันเพศเมีย ชื่อนาเดีย วัย 4 ปี ติดไวรัสโควิด-19 ล้มป่วย มีอาการไอแห้ง เบื้องต้นเชื่อว่าติดโรคมาจากผู้ดูแลที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ทั้งทำให้เสืออีก 3 ตัว และสิงโตอีก 3 ตัว มีอาการป่วยเช่นเดียวกัน แต่กรณีนี้ทางสวนสัตว์ตัดสินใจจับเสือดังกล่าวตรวจเพียงตัวเดียว เพราะแสดงอาการป่วยมากที่สุดทั้งไม่อยากใช้ยาสลบแก่เสือและสิงโตตัวอื่นๆ โดยถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีรายงานเสือติดเชื้อและแสดงอาการป่วย

นายกฯผู้ดี 10 วันไม่หาย–เข้า รพ.สำหรับสถานการณ์ในอังกฤษ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเกือบ 48,000 คน เสียชีวิตแล้ว 4,934 คน นายโรเบิร์ต เจนริก รมว.การเคหะอังกฤษ เปิดเผยว่านายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในกรุงลอนดอนแล้ว หลังตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 27 มี.ค. และกักบริเวณตัวเองอยู่ในบ้าน แต่ 10 วันผ่านไปอาการยังไม่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ตนได้ยินว่าผู้นำสบายดี และจะกลับมาทำงานเร็วๆนี้ ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษ รายงานว่า นายบอริสยังคงจะทำหน้าที่บริหารประเทศ ระหว่างการรักษาตัว แต่นายโดมินิก ราบบ์ รมว.ต่างประเทศอังกฤษ จะทำหน้าที่ประธานในการประชุมฉุกเฉินรับมือสถานการณ์ไวรัสแทน

อิตาลี-สเปนยอดตายรายวันลดที่อิตาลี สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 128,948 คน เสียชีวิตแล้ว 15,887 คน โดยเป็นการเสียชีวิตภายในวันเดียว 525 คน ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. ขณะยอดผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่ 4,316 คน ทั้งนี้ นายแองเจโล โบเรลลี ผู้อำนวยการสำนักงาน เผยว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยอาการหนักเริ่มลดน้อยลงในโรงพยาบาลต่างๆ แต่ไม่นับรวมผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินไอซียู แม้ถือเป็นข่าวดี แต่ขอให้ประชาชนอย่าชะล่าใจ ส่วนรัฐบาลสเปนประกาศจะเพิ่มการตรวจหาเชื้อ ให้รวมถึงผู้ที่ไม่แสดงอาการป่วย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตรายวันลดลงอยู่ที่ 637 คน ส่งผลให้ยอดเสียชีวิตรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 13,055 คน ติดเชื้อเพิ่มเป็นมากกว่า 131,646 คน

กว่า 2 พันตายคาบ้านคนชราขณะที่กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส รายงานสรุปยอดผู้เสียชีวิตในประเทศ ว่าพบผู้เสียชีวิตรายวัน 357 คน ลดลงจากวันก่อน 441 คน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 8,078 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 5,889 คน และเสียชีวิตในบ้านพักคนชรา 2,189 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานยอดผู้ติดเชื้อและอยู่ในเกณฑ์สงสัยจะติดเชื้อในบ้านพักคนชราทั่วประเทศ 22,361 คน จากสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสในฝรั่งเศสยังคงรุนแรง ขณะที่กระทรวงการคลังฝรั่งเศสมองว่าเศรษฐกิจปีนี้จะถดถอยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

อิหร่านตาย-ติดเชื้อเพิ่มอื้อที่อิหร่าน ซึ่งมีการแพร่ระบาดหนักที่สุดในตะวันออกกลาง พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในวันเดียวถึง 2,274 รายเป็น 60,500 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 136 รายรวมเป็น 3,739 ราย ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงว่าอิหร่านไม่เคยและจะไม่มีวันร้องขอความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาคู่อริ แม้รัฐบาลสหรัฐฯ เสนอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการต่อสู้การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านแบบฝ่ายเดียวทั้งหมด

ญี่ปุ่นจ่อประกาศภาวะฉุกเฉินส่วนสถานการณ์ในเอเชีย วันเดียวกัน นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า รัฐบาลจะประกาศภาวะฉุกเฉินอย่างเร็วสุดในวันที่ 7 เม.ย.พร้อมมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 108 ล้านล้านเยน หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศเริ่มลุกลาม มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในเมืองใหญ่อย่างกรุงโตเกียวและนครโอซากา ซึ่งอาจทำให้หน่วยงานการแพทย์ทั่วประเทศเผชิญกับวิกฤตการณ์ แต่ระบุว่าการประกาศภาวะ ฉุกเฉินจะเป็นการให้อำนาจผู้ว่าการจังหวัด ขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่ในที่พักอาศัย ไม่ใช่การบังคับ ทั้งนี้ สำนักข่าวซีบีเอสของญี่ปุ่นรายงานด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีการพิจารณาใช้ภาวะฉุกเฉิน 6 เดือน ในกรุงโตเกียว และ 3 จังหวัดปริมณฑล ไปจนถึงจังหวัดโอซากา แต่ผู้ว่าการจังหวัดจะเป็นผู้กำหนดมาตรการตามความเหมาะสม ขณะที่ผู้ว่าการกรุงโตเกียว อาจขอความร่วมมือผู้จัดระบบขนส่งสาธารณะ ให้ลดการให้บริการเดินทางลงร้อยละ 50 แต่ซุปเปอร์มาร์เกตและธนาคาร จะเปิดให้บริการตามปกติ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขยืนยัน พบผู้ติดเชื้อในกรุงโตเกียวเพิ่มอีก 148 คน ในวันที่ 5 เม.ย.และอีก 83 คนในวันที่ 6 เม.ย.ส่งผลให้ยอดรวมทั่วประเทศเพิ่มเป็นมากกว่า 3,600 คน เสียชีวิตแล้ว 85 คน

เนรเทศหญิงไต้หวันไม่กักบริเวณที่เกาหลีใต้ นายคิม กัง-ลิบ รมช.สาธารณสุขเกาหลีใต้ แสดงความกังวลที่ประชาชนบางส่วน เริ่มไม่ปฏิบัติตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลงเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่เหมือนในสหรัฐฯและยุโรป นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นยอนฮับรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ตัดสินใจเนรเทศหญิงรายหนึ่งไม่เปิดเผยชื่อและอายุ กลับไต้หวันเมื่อวันที่ 5 เม.ย.หลังยินยอมถูกกักบริเวณในศูนย์ที่ทางการจัดเตรียมไว้ แต่ปฏิเสธที่จะเสียค่าใช้จ่าย วันละ 81 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2,430 บาทต่อวัน

สิงคโปร์กักแรงงานต่างด้าวด้านรัฐบาลสิงคโปร์สั่งกักตัวแรงงานต่างด้าวเกือบ 2 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นกรรมกรก่อสร้างชาวเอเชียใต้ โดยห้ามออกนอกหอพัก 2 แห่ง คือหอพักเอส 11 ในเขตปุงโกล และหอพักเวสต์ไลท์ในเขตโตะห์ กวน หลังพบว่าแรงงานในหอพักเอส 11 ซึ่งมีราว 13,000 คน ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 63 ราย และหอพักเวสต์ไลท์ ซึ่งมีแรงงานต่างด้าวราว 6,800 คน พบผู้ติดเชื้อแล้ว 28 ราย แรงงานเหล่านี้จะถูกกักตัว 14 วันแต่ยังได้รับค่าจ้างและได้รับอาหารฟรี 3 มื้อ รัฐบาลสิงคโปร์ยังประกาศจัดงบประมาณเพิ่มเติม 3,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพยุงเศรษฐกิจและต่อสู้โควิด-19 ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในสิงคโปร์อยู่ที่ 1,309 ราย เสียชีวิต 6 ราย

อินโดฯ-ปินส์ติดเชื้อเพิ่มกระฉูดรัฐบาลอินโดนีเซียยืนยันพบผู้ติดเชื้อเพิ่มถึง 218 ราย เป็น 2,491 ราย นับเป็นยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวันสูงสุดตั้งแต่พบการติดเชื้อรายแรกเมื่อ 1 เดือนก่อน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 11 รายเป็น 209 ราย รักษาหายแล้ว 192 ราย ขณะที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ยืนยันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวันถึง 414 ราย รวมเป็น 3,660 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 11 รายรวมเป็น 163 ราย ส่วนประเทศอื่นๆในอาเซียน มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 131 รายเป็น 3,793 ราย เวียดนามมีผู้ติดเชื้อแล้ว 241 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต บรูไนมีผู้ติดเชื้อ 135 ราย เสียชีวิต 1 ราย กัมพูชามีผู้ติดเชื้อ 114 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต เมียนมามีผู้ติดเชื้อ 21 ราย เสียชีวิต 1 ราย และลาวพบผู้ติดเชื้อแล้ว 12 ราย เสียชีวิต 1 ราย

ผู้ป่วยเสียชีวิตทั่วโลกจ่อ 7 หมื่นศพช่วงค่ำวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสรุปการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใน 208 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก โดยยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 1.27 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 69,568 คน รักษาหาย 266,458 คน ประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อเกินแสนคนคือสหรัฐฯ สเปน อิตาลี เยอรมนี ตามลำดับ ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดอยู่ที่อิตาลี 15,887 คน สเปน 13,055 คน สหรัฐฯ 9,620 คน ฝรั่งเศส 8,078 คน และอังกฤษ 4,934 คน



อ่านเพิ่มเติม: Thairath_News

ของบริจาคจากพี่จีนสินะ คนไทยไม่โง่ พูดออกมาได้แบบไม่อาย 📌 แนะนำเว๊ปหวยออนไลน์ ดีที่สุดในนี้ หวยลาว หวยไทย หวยดาวโจร ยี่กี่ สมัครตอนี้ รับฟรีๆ 100 บาท คลิกลิ้ง โควิดทำอะไรเทวดาไม่ได้ โควิดสู้ๆ. รอฟังข่าวดีอยู่ทุกวี่ทุกวัน ขอสักทีเถอะ. เพี่ยงงงง เคยมีข่าวปลอมบริจาคเครื่องช่วยหายใจ ข่าวปลอมเยอะจังอันไหนจริงก็ไม่รู้

ไม่รู้กำลังหาทางไปวัด ตอนนี้หลงแถวเรือนจำ His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck of Bhutan on Royal Tour of Southern, Central and Eastern parts of the country to Inspect National Preparations for COVID-19 แล้วท่านละเสียสละรึยัง 🙄 กษัตริมีไว้เสวยสุข แหมๆๆๆๆ ทำเป็น... 👉🤣 สุดยอดแล้ว อีจุรินทร์ อีสารเลว จนบัดนี้ยังหน้าหน้ากากมาให้พระองค์ท่านใส่ไม่ได้เลย พระองค์เลยไม่มีหน้ากากใส่เลย อีควาย ไร้จิตสำนึกมากเลยอีจุรินทรีย์

โรคนี้ไม่ติดกษัตริย์ ครับ ไม่ใส่แมสกันรึไง เออๆไม่น่านับถือ คิดถึงในหลวงภูมิพลท่านเป็นคนดีมาก แมสไม่ใส่ก็เอามาฝากแบ่งๆกันไง ภาพเก่าหรือเปล่า ไม่มีใส่เเมสเลย สรุปคนที่กลับจากตปท.ไม่ต้องกักตัวหรอ กฎหมายบังคับใช้แค่คนธรรมดางั้นหรอ คนไทยที่ปกติแล้วอาศัยอยู่ตปท.ตลอดช่วงนี้ก็ไม่ควรกลับมานะ ความหวังอยู่ที่นายละ COVID-19

จะได้ใช้ทันที หรือ ต้องรอครับ รัฐบาลทำงานช้าไปซ่ะทุกอย่าง 🤡 COVID-19 จงแทนคุณแผ่นดินในเร็ววัน เค้าห้ามรวมตัวกันไม่ใช่เหรอ พรก.คืออะไร แปลว่า พระราชกรณียกิจ เหรอ หาความสุขใส่ตัวสิไม่ว่า เหอะๆ กล้าเนอะ สวะ ถ้าเป็นก็ไม่ยากติดกันหมดนะครับถ้าไม่เป็นก็ดวงดีไปเชื้อมันเกาะตามเสื้อผ้าเหงื่อที่มือลมหายใจของที่จับต้องแม้แต่สันมือบางทีมันเผลอลืมตัวปาดจมูกจับขอบปากตัวเองก็เข้าแล้ว

ในหลวงยังต้องบริจาค แล้วรัฐบาลทำไมไม่จัดหาเองบ้าง ให้แต่คนอื่นบริจาค แล้วเวินงบประมาณที่มีทำไมไม่เอาออกมาใช้ในสิ่งที่จำเป็น ช่วยกันสละความสุขส่วนตัวให้กับข้าพเจ้าคนเดียว 1แมสไม่ใส่ 2ไม่เว้นระยะห่าง2เมตร 3ที่สำคัญ กลับจากเยอรมันไม่กักตัว14วัน กษัตริย์มีไว้เสวยสุข กล้าพูด ต้องเสียสละความสุขส่วนตัว กษัตริย์มีไว้เสวยสุข

ไม่มีใครใส่แมสหน่อยเหรอ ว้า.. ประยุทธ์อย่าให้ลูกน้องเอาไปขายสะหล่ะ ขอให้ถึงมือหมอ รพ. เถอะเจ้าประคุณ

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ. ให้ทั่วราชอาณาจักรเป็นเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ ปราบคนเอาเปรียบในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาให้ท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ ในช่วง โควิด-19 ระบาด ปราบคนเอาเปรียบ ฉวยโอกาส คงจะ..มีเตอร์ฟิว24ชม. แน่ๆ...แบบนี้ อยู่รึเปล่า.... คนกักตุน ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาหรอกคะ

'ในหลวง'ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ถวายราชสักการะวันจักรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะวัน 'จักรี' ทำไมไม่ใส่หน้ากาก ไม่กักตัวว่ะ

ในหลวง – พระราชินี พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์รับมือ โควิด 19ในหลวง - พระราชินี พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์รับมือ โควิด 19 ข่าวจริง สปริงนิวส์ Springnews ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน กดปุ่ม ทพจร ทรงพระเจริญ

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกฯ เข้าเฝ้าถวายรายงานสถานการณ์โควิด-19พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว. สาธารณสุข พร้อม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัส (Covid-19) และมาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน oqu8OUhxoI9iSNm ขำ เพื่อ...

ต๊ะ บอยสเก๊าท์ เล่าตราบาปช่วงชีวิตเลวร้าย 'ผมมีส่วนทำให้แม่ตาย' (คลิป)ต๊ะ บอยสเก๊าท์ เผยชีวิตตอนเป็นวัยรุ่น เริ่มดังแล้วเกเร ติดเพื่อน พร้อมตราบาปในชีวิตที่จำฝังใจว่าตัวเองเป็นคนทำให้แม่ตาย ก่อนชีวิตพังถูกแฟนเลิกเป็นข่าวหน้า 1 จนไม่มีงาน