svasdssvasds

ชี้อนาคต Soft Power ไทย ควรแก้จุดอ่อนและพัฒนาด่วน หากต้องการไปสู่ตลาดโลก

ชี้อนาคต Soft Power ไทย ควรแก้จุดอ่อนและพัฒนาด่วน หากต้องการไปสู่ตลาดโลก

ทางสปริงนิวส์ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ฐณยศ โล่ห์พัฒนานนท์ นักวิจัยด้านอุตสาหกรรมบันเทิงและความมั่นคงเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มและความหมายของ Soft Power ที่แท้จริง

1.แนวโน้มเกี่ยวกับ Soft Power ไทย จะโด่งดังไปไกลระดับโลกได้หรือไม่? 

Soft power ไทยยังมีปัญหาในการนิยามครับ ต่างคนต่างพูด เข้าใจกันคนละแบบ แต่ในภาพรวมเราเหมือนจะใช้คำนี้เพื่อแทนคำว่า "ความนิยม" เพราะเราไปยึดตัวอย่างเกาหลีใต้ ที่ว่า Soft Power ก็คือความนิยมเกาหลี ซึ่งไม่ถูกเสียทีเดียวนัก

อย่างไรก็ตามถ้ายึดเอาความเข้าใจนี้วัฒนธรรมและความเป็นไทยหลายอย่างมันไประดับโลกแล้วครับ ลิซ่า บัวขาว แฟชั่นไทย อาหารไทย ฯลฯ กล่าวได้ว่า ความนิยมไทยครองพื้นที่หลายส่วนในตลาดโลกโดยสะท้อนจากอัตราการท่องเที่ยวล่าสุดและการทำ Content เกี่ยวกับประเทศไทยใน Social Media โดยชาวต่างชาติ

ดังนั้นไม่ว่าเราจะมีแผนงาน Soft Power ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ มันก็จะไปทางนี้ครับ เป็นความนิยมโดยธรรมชาติ เกิดจากการทำงานแบบร่วมมือกันบ้าง ต่างคนต่างทำบ้าง ในส่วนรัฐเองก็ถูกค่อนแคะว่าไม่ทำอะไร จริง ๆ เขาทำเยอะครับ แต่มันอยู่ในระยะเริ่มต้น ต้องใช้เวลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

2.นิยามของ Soft Power คืออะไร? 

Soft Power เป็นคำทางการเมืองที่หมายถึงการใช้อำนาจบางอย่างเพื่อซื้อใจอีกฝ่าย และถ้าสรุปความหมายของ Soft Power ให้ง่ายที่สุด มันก็คือการใช้พลังทางใจเพื่อซื้อใจอีกฝ่ายครับ ไม่ใช่การทำให้เราเป็นที่นิยมในเวทีโลกโดยใช้สื่อบันเทิง Soft Power อาจเกิดจากความช่วยเหลือระหว่างประเทศ หรือ ภาพลักษณ์ทางการเมืองก็ได้

3.ปัจจุบัน Soft Power ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากวัฒนธรรมอะไรเป็นหลัก

ตอบยากมากครับ เพราะมันคละกัน ถ้าเป็นสื่อบันเทิง ผมว่ามันคือละคร ถ้าเป็นนักร้องก็ต้องนักร้องไทยในเคพ็อพ นอกนั้นก็เป็นวัฒนธรรมกระแสหลักครับ อาหารข้างทาง บรรยากาศความเป็นอยู่ที่ง่าย สะดวก อีกอย่างต้องดูพื้นที่ด้วย เช่น ถ้าเป็นจีน เขาชอบละครไทยและรูปแบบวัฒนธรรมในละครครับ ถ้าเป็นอาหรับ เขาชอบบริการทางการแพทย์ นิสัยคนไทย อะไรแบบนี้

4.Soft Power จะส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างไรบ้าง? 

ส่งแน่นอนครับ ส่งเยอะด้วย มันทำให้เกิดการบริโภคโดยชาวต่างชาติ ปกติสินค้าส่งออกบ้านเราจะอยู่ในหมวดอุตสาหกรรมหนักผสมกับหมวดเกษตรกรรม แต่การมี Soft Power มันทำให้อุตสาหกรรมวัฒนธรรมเป็นอีกแหล่งรายได้ อย่างยุคหลังโควิดนักท่องเที่ยวอินเดียมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยเพื่อใช้บริการการท่องเที่ยวแบบแต่งงานเยอะมากครับ นี่ยังไม่รับการศึกษาที่จะมีชาวจีน ชาวแอฟริกันเข้ามา รวมถึงอาเซียน เชื่อไหมว่า เด็กจีนบางคนมาบ้านเราเพราะดูสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก ครับ

5.Soft Power ไทยในปัจจุบันอยู่ในอันดับที่เท่าไรของอาเซียน
 

อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ แต่ถ้าประเมินจากสายตา ผมว่า อันดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามการจัดอันดับโลก สำหรับผม ผมว่า ไม่น่าเชื่อถือ เพราะถ้าตัวปัจจัยตัดสินเปลี่ยน ความเข้าใจระดับศักยภาพ soft power แต่ละชาติก็เปลี่ยนครับ

6.มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้ Soft Power ของไทยยังไม่ไปถึงไหน

ขาดการกระจายความร่วมมือ การส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยมากแต่ละฝ่ายจะเรียกร้องเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง และการคุยระดับนโยบายก็มีตัวแทนกลุ่มทุนเยอะ ควรจะเสริมตัวแทนผู้ผลิตทั้งระดับบน-ล่างให้มากขึ้น รวมถึงแนวร่วมจากภาคส่วนอื่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจภาพรวม

7. Soft Power เกาหลี เขามีจุดแข็งอย่างไรที่ทำให้ ดนตรี , วัฒนธรรมอาหาร และอื่นๆ โด่งดังไปทั่วโลก

จุดแข็งของเขาคือความร่วมมือ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ตัวเอง เพราะ Soft Power ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ความร่วมมือเขาในเชิงของ Soft Power ผ่านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมประกอบขึ้นมาจากทุน รัฐ ผู้ผลิต อาจรวมไปถึงฝ่ายวิชาการและบุคคลทั่วไป เมื่อมีความมุ่งมั่น ทุนพร้อม ที่เหลือก็เป็นงานของการนำเสนอวัฒนธรรมให้ผูกใจคนทั่วโลก

ในกรณีของไทยก็ทำได้ แต่เงินเราไม่เท่าเขา เราอาจใช้สื่อบันเทิง หรือ การนำเสนอขนาดเล็กผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย อะไรที่ดีอยู่แล้ว เอาออกมาเผยแพร่ให้มากที่สุด อะไรที่ยังเป็นจุดอ่อนก็พัฒนากันไป หลักสำคัญคือเครื่องมือที่ใช้ เช่น ภาพยนตร์ ละคร เพลง งานพิมพ์ จะต้องมีเสน่ห์มากพอจะจับใจคน

พอดีผมมาเดินดูที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ คนเที่ยวเยอะมากโดยเฉพาะคนต่างชาติ บางทีมาจากชาติซึ่งผมไม่ค่อยได้เห็นมาก่อน แต่ทุกคนเหมือนกันหมด คือเพลิดเพลินกับบรรยากาศ แล้วพยายามสำรวจพื้นที่แบบเด็ก ๆ 

นั่นทำให้ผมฉุกคิดว่า จุดแข็ง Soft Power บ้านเราที่ทำให้ชนะใจคนบ้านอื่นคือการออกแบบความสุขครับ แล้วความสุขเหล่านี้จะเห็นชัดเวลาที่มีงานเทศกาลต่าง ๆ โดยดูจากการออกแบบพื้นที่ การจัดการ การต้อนรับ หรือ แนวทางการมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งมีไมตรีจิตมาก ทั้งยังเปิดกว้างและเป็นไปบนพื้นฐานความเข้าใจว่า เราทุกคนมาเพื่อหาความสุข

บางทีเราทำไปไม่ใช่เพื่อจะหวังผลทางเศรษฐกิจอย่างเดียวครับ แต่เป็นความสุขของเราที่ได้สัมผัสความสุขของคนอื่น นั่นคือธรรมชาติของคนไทย ลองดูจากสงกรานต์ก็ได้ สิงคโปร์ เกาหลีใต้เคยพยายามเลียนแบบ แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าไทย นั้นเพราะมันขาดองค์ประกอบทางใจอย่างของบ้านเรา

ดังนั้น ผมจึงลองแปล soft power เป็นภาษาไทย โดยผสมคำว่า "เจต" ที่แปลว่าความคิด จิตใจ เข้ากับ "อานุภาพ" ที่แปลว่า อำนาจ พลัง ทำให้ได้เป็น "เจตานุภาพ"

ผมว่า คำนี้ตรงที่สุดแล้วครับ มันคืออำนาจทางใจ แต่คนไทยไม่คุ้นกับคำว่า "เจต" เลยคิดว่า มันจะทำให้ต้องแปลไทยเป็นไทยอีก อย่าแปลเลยจะดีกว่า แต่ให้หาคำอธิบายให้คนเข้าใจจะดีที่สุดครับ

related